เปลี่ยนตัวกุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด คือคำตอบที่ใช่ไหมในตอนนี้

เปลี่ยนตัวกุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด คือคำตอบที่ใช่ไหมในตอนนี้

แมนฯ ยูไนเต็ด กำลังอยู่ในช่วงตกต่ำอีกครั้ง ภายใต้การคุมทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ทำเอามีกระแสเรียกร้องให้ปลดกุนซือรายนี้ออกไปเสียเลย

แต่คำถามก็คือว่าถ้าหากว่าพวกเขาแยกทางกับผู้จัดการทีมอีก มันจะเป็นคำตอบที่ใช่จริงๆ น่ะเหรอ เพราะที่ผ่านๆ มานับตั้งแต่ที่ตำนานกุนซืออย่าง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อำลาทีมไป พวกเขาก็มีความเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งตรงนี้มาแล้วถึง 4 คน และทุกครั้งมันก็ดูเหมือนว่าจะมาถึงจุดจบที่ไม่สวยเหมือนกันทุกที เริ่มต้นตั้งแต่ เดวิด มอยส์ ที่ถูกโจมตีมากที่สุด เพราะรับตำแหน่งต่อจากยุค เฟอร์กี้ โดยตรง จึงเกิดการเปรียบเทียบขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ และเขาก็ถูกปลดอย่างรวดเร็ว รับงานไม่ครบฤดูกาลด้วยซ้ำ

ต่อมาก็คือ หลุยส์ ฟาน กัล ที่มาพร้อมกับสไตล์การเล่นที่น่าเบื่อสุดๆ แม้จะพาทีมคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ได้ แต่สุดท้ายก็ต้องแยกทางกันไป มาถึง โชเซ่ มูรินโญ่ อาจเรียกได้ว่าทีมประสบความสำเร็จมากสุดแล้ว ด้วยการคว้าแชมป์ อีเอฟแอล คัพ และ ยูโรปา ลีก แต่ผลงานในลีกนั้นเรียกได้ว่าไปไม่สุด จึงทำให้ฟางเส้นสุดท้ายมาขาดลงเอาตอนที่เขาพาทีมพ่ายต่อ ลิเวอร์พูล แบบสู้ไม่ได้ กระทั่งคนปัจจุบันอย่าง โซลชาร์ ก้าวเข้ามาทำทีม

แรกๆ ก็เหมือนว่าจะดีครับ แต่ทำไปทำมามันก็เข้าอีหรอบเดิม ผู้จัดการทีมชาวนอร์เวย์จำเป็นต้องใช้งานผู้เล่นเท่าที่มีอยู่ บวกกับตัวที่ซื้อเข้ามาใหม่ทั้งหมด 3 คน นั่นก็คือ ดาเนียล เจมส์, แอรอน วาน-บิสซาก้า และ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ นั่นแหละที่ทำให้เกิดปัญหา เพราะว่าผู้เล่นคนอื่นๆ อาจจะไม่ใช่ตัวที่เขาต้องการใช้งานจริงๆ ดังที่จะเห็นกันไปจากการโลก โรเมลู ลูกากู กับ อเล็กซิส ซานเชซ ออกจากทีมไปเมื่อช่วงซัมเมอร์ มันชี้ชัดให้เห็นถึงปัญหาของการเปลี่ยนผู้จัดการทีมบ่อยๆ นั่นคือนักเตะภายในทีมจะไม่ใช่ตัวที่กุนซือคนปัจจุบันต้องการใช้งานจริงๆ และมันก็ต้องใช้เวลาไม่น้อยเลยในการปรับเปลี่ยนทีมจนกว่าจะเป็นที่ถูกใจ

ถ้าจะให้ยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเลยก็คือสมัย ฟาน กัล คุมทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ได้เซ็นสัญญามิดฟิลด์ระดับตำนานของเยอรมันอย่าง บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ มาร่วมทีม แม้ว่าจะอยู่ในช่วงวัยที่ค่อนข้างโรยลงมาแล้ว แต่ด้วยเซนส์บอลของเขาก็ยังน่าจะเอาตัวรอดไปได้สบายๆ อีกสัก 2-3 ปี แต่ปัญหาก็คือ ฟาน กัล มาถูกปลดเสียก่อน และผู้เข้ามาแทนอย่าง มูรินโญ่ ก็มองว่าสไตล์การเล่นของ ชไวนี่ ไม่ค่อยจะเข้ากับแนวทางการทำทีมของเขานัก นั่นจึงทำให้ตัวนักเตะแทบไม่ได้รับโอกาส จนกระทั่งต้องแยกทางกันไปในที่สุด

ปัญหาของ โซลชาร์ ในตอนนี้มันก็คล้ายๆ กันนั่นแหละครับ สิ่งที่ถูกปูทางมาโดยกุนซือคนก่อนๆ มันยังจำเป็นจะต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าที่อะไรๆ มันจะเข้าที่เข้าทาง และได้ทีมในแบบที่เขาต้องการจริงๆ ดังนั้นหากว่าทางบอร์ดบริหาร แมนฯ ยูไนเต็ด จะใจร้อนสั่งปลดพ้นตำแหน่ง มันก็ต้องมาเสียเวลาเริ่มต้นใหม่กันอีก แล้วสุดท้ายมันก็จะเข้าสู่วังวนเดิมๆ ไม่มีจบมีสิ้นกันสักที

แบบนี้คิดว่าแฟนบอลปีศาจแดงจะชอบใจกันหรือเปล่าล่ะครับ สู้ยอมอดทนกันไปอีกสักหน่อยดีไหม เพราะจะว่าไปตอนนี้ โซลชาร์ ก็เพิ่งจะผ่านช่วงเปิดตลาดมาแค่รอบเดียวเท่านั้น และคุมทีมก็ยังไม่ครบปีเลยด้วยซ้ำ ให้เขาได้โอกาสปรับขุมกำลังในแบบที่ชอบใจอีกสัก 2-3 ครั้ง แล้วจนถึงตอนนั้นถ้าหากว่ามันไปด้วยกันไม่ไหวจริงๆ ก็ค่อยมาตัดสินใจกันอีกที อย่างน้อยมันก็ดีกว่าเปลี่ยนกุนซือไปเปลี่ยนกุนซือมามั่วซั่วไปหมด แบบนี้ต่อให้รอไปอีก 10 ปี แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ไม่กลับคืนสู่ความยิ่งใหญ่ได้หรอกครับ